บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกเพื่อเพิ่มความจำ

chayen ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2560 - 22:20 น.
AA 28

สมองของเราเป็นอวัยวะที่ซับซ้อน ทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการอวัยวะของร่างกาย การรับรู้กลิ่นและรส การควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก การเรียนรู้ และความจำ ซึ่งสมองประกอบด้วยเซลล์ประสาทจำนวนมากกว่าแสนล้านเซลล์ มีแขนงประสาททำหน้าที่เป็นตัวประสานกัน เป็นร่างแหเพื่อใช้ในการติดต่อและส่งสัญญาณประสาท เซลล์ประสาทจะมีจำนวนคงที่แต่แขนงประสาทสามารถเพิ่มขึ้นได้หากได้รับการ กระตุ้นจากการเรียนรู้ ฝึกฝนและได้รับสารอาหารที่เหมาะสม

ในบทความก่อนหน้านี้ดิฉันได้อธิบายแล้วว่า สมองจะลบข้อมูลที่ไม่สำคัญทิ้งและจะเก็บข้อมูลในระดับที่สำคัญเอาไว้ นั่นคือ"ข้อมูลที่ถูกเรียกใช้บ่อย" และ "เรื่องที่กระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึก" เรื่องในที่นี้หมายถึงเรื่องที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกรุนแรงต่อสิ่งนั้น เช่น ชื่นชอบ ดีใจ ตื่นเต้น กลัว โกรธ หรือเกลียด คุณจะสังเกตุได้ว่ามีบางเหตุการณ์ในชีวิต ที่คุณสามารดจดจำได้ไม่ลืมแม้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เช่น วันแต่งงาน การประสบอุบัติเหตุร้ายแรง หรือเหตุการณ์ที่คุณทำบางอย่างประสบความสำเร็จ จะเห็นได้ว่าคุณจะสามารถจดจำ"เรื่องที่กระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึก"เหล่านั้นได้ทันที โดยที่ไม่ต้องทบทวนหรือส่งออกข้อมูลนั้นซ้ำ

สาเหตุที่ทำให้เราจดจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้โดยไม่ลืมเป็นเพราะในช่วงขณะนั้นเราถูกกระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์ขึ้นมาอย่างรุนแรง เมื่ออารมณ์ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงจะส่งผลให้สารสื่อประสาทเกี่ยวกับประสิทธิภาพความจำในสมองถูกหลั่งออกมาในปริมาณมาก ส่งผลให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านั้นถูกส่งไปยังสมองส่วนที่เก็บความทรงจำระยะยาวนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้เราจดจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้โดยไม่ลืมเป็นเพราะในขณะนั้น เราได้ถูกกระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์ขึ้นมาอย่างรุนแรง เมื่ออารมณ์ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงจะส่งผลให้สารสื่อประสาทเกี่ยวกับประสิทธิภาพความจำในสมองถูกหลั่งออกมาในปริมาณมาก ปริมาณของสารเหล่านั้นจะส่งผลให้การเชื่อมโยงสัญญาณในกระบวนการส่งข้อมูลดีขึ้น เป็นผลให้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านั้นถูกส่งไปยังสมองส่วนที่เก็บความทรงจำระยะยาว โดยสารสื่อประสาทที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำ ได้แก่ อะดรีนาลิน นอร์อะดรีนาลีน โดปามีน เอ็นดอร์ฟิน และ ออกซิโทซิน

สารอะดรีนาลินและนอร์อะดรีนาลีนเป็นสารสื่อประสาทที่จะหลั่งออกมาในเวลาที่รู้สึกกังวลกรือกลัว เช่น การประสบอุบัติเหตุ เหตุการณ์ที่คนใกล้ตัวเสียชีวิต เป็นต้น ส่วนสารโดปามีนหรือสารแห่งความสุขจะหลั่งออกมาเวลาที่รู้สึกตื่นเต้นหรือตอนที่เราทำบางอย่างสำเร็จตามเป้าหมาย สารเอ็นดอร์ฟินหรือสารแห่งความสนุกสนานจะหลั่งออกมาเวลาที่เรารู้สึกดีใจมากๆ สุดท้ายคือสารออกซิโทซินหรือสารแห่งความรักจะหลั่งออกมาเวลาที่เราแสดงความรักหรือสัมผัสกับคนที่รู้สึกดีด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณไม่สามารถลืมแฟนเก่าได้แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม ซึ่งสาเหตุก็มาจากสารตัวนี้นั่นเองค่ะ

ถึงตรงนี้ทุกท่านคงเข้าใจแล้วว่าการหลั่งของสารสื่อประสาทเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการจดจำ นั่นหมายความว่าหากเราทำให้สารเหล่านี้หลั่งออกมาในขณะที่เราอ่านหนังสือได้ เราจะสามารถจดจำเนื้อหาของหนังสือนั้นได้ดีขึ้น แน่นอนว่าคำถามก็คือแล้วจะกระตุ้นสารสื่อประสาทเหล่านี้อย่างไร

ลองคิดดูนะคะว่าอะไรที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและท้าทายในการอ่านหนังสือ ถ้ายังคิดไม่ออกดิฉันขอแนะนำเทคนิคนี้ค่ะ

"ตั้งเป้าหมาย" ใช่ค่ะคุณควรจะตั้งเป้าหมายในการอ่านหนังสือว่า"วันนี้จะอ่านหนังสือเล่มไหน"และ"จะอ่านจบภายในวันไหน" แล้วมุ่งมั่นทำให้ได้ คุณคงสงสัยแล้วว่าการตั้งเป้าหมายช่วยกระตุ้นสารสื่อประสาทอย่างไร มีงานวิจัยทางด้านประสาทวิทยารองรับว่า เพียงแค่คุณตั้งเป้าหมายและจำกัดเวลาในการอ่านหนังสือ สารโดปามีนจะถูกหลั่งออกมาทันทีส่งผลให้คุณสามารถจดจำเนื้อหาได้ดีกว่าตอนอ่านโดยไม่มีเป้าหมาย อีกทั้งเมื่อคุณจำกัดเวลาให้ตนเอง เช่น จะอ่านหนังสือเล่นี้ให้จบภายในวันนี้ให้ได้!! จะส่งผลให้คุณเกิดอาการกระสับกระส่าย ในช่วงนั้นสมองจะหลั่งสารนอร์อะดรีนาลีนออกมา ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพความทรงจำ อีกทั้งเมื่อเราถูกกดดันด้วยเวลาจะทำให้เราจะมีสมาธิในการอ่านมากขึ้นเพราะต้องทำให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้คุณจะต้องพิจารณาด้วยตนเองว่าจะตั้งเป้าหมายอย่างไร อย่าตั้งเป้าหมายที่ยากเกินไปและง่ายเกินไป เพราะสมองจะไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือท้าทายกับเป้าหมายนั้นจึงไม่ส่งผลให้สารสื่อประสาทแห่งความจำหลั่งออกมา หากคุณเพิ่งเริ่มต้นอาจเริ่มจาก 3วันต่อ1เล่มแล้วจึงเพิ่มระดับความยากเป็น 2 วันและ 1 วันก็ได้ค่ะ

สำหรับผู้ที่ต้องการหาความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการอ่านหนังสือเพิ่มเติม ดิฉันขอแนะนำหนังสือ "เทคนิคอ่านให้ไม่ลืมที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ" เขียนโดยคุณ คะบะซะวะ ชิอง ซึ่งเป็นหนังสือที่ทำให้ดิฉันเริ่มเขียนบทความเหล่านี้ เพราะเป็นหนึ่งในวิธีการส่งออกข้อมูลที่จะช่วยให้ดิฉันจำเนื้อหาที่ตนเองสนใจในหนังสือเล่มนี้ได้อย่างไม่ลืมอีกต่อไป

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20


เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกเพื่อเพิ่มความจำ

  • บันทึก